การกินกะทิมีประโยชน์อย่างไร

          หลายคนมักจะอดอาหารที่ทำมาจากกระทิเนื่องจากว่ากลัวว่าตัวเองจะอ้วนอาหารที่ผลิตจากกะทิส่วนใหญ่จะมาทำให้คนที่กินการเป็นโรคอ้วนๆส่วนใหญ่จึงมักไม่ค่อยทานกะทิกันแต่คุณเชื่อหรือไม่ว่ากะทิมีประโยชน์มากมายเช่นเดียวกันไม่ได้ทำให้คนอ้วนอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของคุณให้แข็งแรงได้อีกด้วยดังนั้นวันนี้เราจึงมาดูกันว่ากระทิมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

          คุณรู้หรือไม่ว่ากะทิ ทำมาจากอะไรชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าเราที่นั้นก็คือการที่เรานำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกับน้ำจนทำให้เกิดเป็นน้ำสีขาวขุ่นที่เรียกว่าน้ำกะทิซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่ามะพร้าวมีประโยชน์ต่อร่างกายและคนไทยนิยมกินมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวและน้ำมะพร้าวมาช้านานตั้งแต่สมัยด้วยการกินมะพร้าวนั้นหลายคนก็จะกินเป็นเนื้อฉันเล่นสดรวมถึงการกินน้ำมะพร้าวจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งแต่บางคนก็นำมะพร้าวมาแปรรูปคันมาเป็นน้ำมะพร้าวเพื่อนำมาประกอบการปรุงอาหารซึ่งน้ำมะพร้าวสามารถที่จะทำอาหารได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวานและให้รสชาติที่อร่อยถูกปาก 

        การที่เรานำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกับน้ำเราจะได้น้ำที่เป็นสีขาวขุ่นซึ่งเราเรียกน้ำอันนี้ว่าน้ำกะทิโดยในน้ำกะทินี้จะมีสารอาหารและแร่ธาตุมากมายอยู่ในนั้น หลายคนที่กินมังสวิรัติมันจะกินกะทิเข้าไปเพื่อไปเสริมสร้างสารอาหารทานเนื้อสัตว์ซึ่งคุณสมบัติของกะทินั้นยังสามารถที่จะช่วยลดอาการเจ็บคอรวมถึงกะทิยังสามารถทำให้ผิวพรรณของคนเราสวยงามมีความชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง

นอกจากนี้ยังมีบางคนที่อาจจะเป็นโรคภูมิแพ้น้ำนมสามารถที่จะใช้น้ำกะทิเป็นตัวแทนของน้ำนมได้หรือบางคนอาจจะนำน้ำกะทิมาใช้ในการอาบน้ำหรือสระผมแทนน้ำนมก็ได้เช่นเดียวกันหลายคนคิดว่าการทานกะทินั้นจะทำให้ตัวเองอ้วนหุ่นไม่สวยแต่ที่จริงแล้วเพราะที่นั่นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก

ดังนั้นหากเราเลือกที่จะกินน้ำกะทิในปริมาณที่พอเหมาะก็จะสามารถนำประโยชน์จากกะทิมาใช้ประโยชน์ให้กับร่างกายของเราได้มากกว่าจะมีข้อเสียที่ทำให้เราอ้วนนั่นเอง การที่คนเรากินกะทิเข้าไปในร่างกายนั้นประเทศจะถูกเผาผลาญให้เป็นพลังงานแล้วไม่สะสมอยู่ภายในร่างกายไปกับการที่เรากินน้ำมันกินของทอดเข้าไปดังนั้นหากเราสังเกตจะเห็นว่าคนที่กินกะทิส่วนใหญ่มักจะมีร่างกายแข็งแรงเพราะได้รับพลังงานจากกะทิทันทีเมื่อกินเข้าไปนั้นเอง เธอว่าอะไรคนที่ได้อ่านบทความนี้จะเห็นคุณประโยชน์ของกะทิมากขึ้นและหันมาทานกะทิกันมากขึ้นนะคะ

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

ผักไม่ได้มีประโยชน์เสมอไป สำหรับคนที่เป็นโรคบางชนิด 

          ตั้งแต่จำความได้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และคุณครู หรือแม้แต่ปู่ย่าตายาย พร่ำสอนเรามาเสมอว่ากินผักแล้วดีมีประโยชน์ แต่เมื่อโตขึ้นมาเราถึงได้รู้ว่าผักมีประโยชน์ก็จริงแต่ก็มีโทษได้ด้วยเช่นกัน ถ้าทานไม่ถูกวิธี หรือถ้าคนมีโรคประจำตัวบางโรคอาจต้องห้ามกินผักบางชนิด  

          คุณรู้หรือไม่ว่าโรคบางชนิด เช่น เกาต์ และ  ภาวะเลือดเป็นกรด กลุ่มคนที่เป็นโรคเหล่านี้จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่มีกรดยูริก แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าผักชนิดไหนที่มีกรดยูริกสูง

          เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกรดยูริกกันดี  เพราะมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเกาต์ที่หลายๆคนเป็นกัน โรคชนิดนี้สร้างความเจ็บปวดและความทรมานให้กับผู้ที่เป็นเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อมีอาการจะทำให้คุณปวดตามข้อต่างๆ และมีอาการบวม บางคนเป็นมากจนถึงขนาดเดินไม่ได้กันเลย ดังนั้นคนที่เป็นโรคเกาต์ จึงควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จำเป็นต้องทานให้น้อยที่สุด แต่ผักชนิดไหนมมีกรดยูริกสูงบ้างคุณรู้กันบ้างไหม 

ผักที่มีกรดยูริกสูงควรงดทานเลยได้แก่ พวกถั่วต่างๆ ผักชะอม  ผัก กระถินและ เห็ด    ส่วนผักที่มีกรดยูริกไม่สูงมากนักทานได้แต่ควรทานให้น้อยลงได้แก่   หน่อไม้ฝรั่ง     ผักโขม    ถั่วลันเตา  หน่อไม้        ดอกกะหล่ำ     ผักขี้เหล็กเป็นต้น

          นี่คือผักที่เราเคยทราบมาว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อเรามีโรคมาแทรกซ้อนขึ้น ผักที่มีประโยชน์ก็อาจจะทำให้เกิดโทษได้ทันที่ ดังนั้นหากมีเวลาเราจึงควรศึกษาประโยชน์และโทษของผักแต่ละชนิดเอาไว้เพื่อเป็นความรู้บ้าง นอกจากผักที่จะมีกรดยูริกสูงแล้วในเนื้อสัตว์ต่างๆก็มีกรดยูริกสูงด้วย ดังนั้นสำหรับคนที่เป็นโรคเกาต์จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ สำหรับเนื้อสัตว์นั้นที่มีกรดยูริกสูงและไม่ควรทานเลยหากเป็นโรคเกาต์ เช่นเครื่องในสัตว์ต่างๆ  กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์ปีกทั้งหลาย 

        โรคเกาต์ไม่ได้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรม แต่เป็นโรคที่มีเกิดมาจากการทานอาหารบางประเภทมากเกินไป เช่น การกินโปรตีนเยอะแล้วร่างกายย่อยสลายไม่หมด ทำให้ร่างกายมีการสร้างกรดยูริกออกมามากผิดปกติ เมื่อมีกรดยูริกเยอะมากเกิดไปแล้วร่างกายไม่สามารถขับออกได้หมดจึงผลทำให้ร่ายกายมีอาการอักเสบและปวด ส่วนโรคภาวะเลือดเป็นกรดนั้น เกิดมาจากร่างกายมียูริกสูงและตกค้างอยู่ในเลือด ซึ่งโรคนี้มีความรุนแรงมาก อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียว 

         ดังนั้นเมื่อเราทราบว่าตัวเราเองนั้นเป็นโรคอะไร ควรมีการศึกษาเรื่องอาหารการกินให้มากๆ เพราะมีผลต่อการเจ็บป่วยและชีวิตของเราทั้งสิ้น 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์