อาการหูตึงหรือการสูญเสียการได้ยิน 

อาการหูตึงหรือการสูญเสียการได้ยิน จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือเพิ่มการได้ยิน เครื่องช่วยฟังจึงมีความสำคัญอย่างมาก เป็นอุปกรณ์ขยายเสียงขนาดเล็ก ใช้กับผู้ที่มีความผิดปกติทางการได้ยิน หรือผู้ที่มีอาการหูตึง หรือได้รับการวินิจฉัยจากหมอหู คอ จมูกแล้วว่าหากการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดแล้วยังสูญเสียการได้ยินจึงจะใส่ เครื่องช่วยฟัง ได้ ซึ่งการใช้เครื่องช่วยฟังก็จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับผู้ใช้ 

เครื่องช่วยฟังก็จะเป็นเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กที่เราย่อขนาดลงเพื่อที่จะใส่ติดไว้กับหูของคนไข้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน ลักษณะการทำงานของเครื่องช่วยฟังก็คือ เครื่องจะขยายเสียงโดยมีไมโครโฟนเล็กเพื่อดักเสียง ซึ่งเสียงที่อยู่รอบตัวของผู้ที่หูตึงก็จะเข้าไปที่เครื่อง เครื่องก็จะทำหน้าที่ขยาย ดังนั้นคนที่หูตึงก็จะได้รับฟังเสียงได้ดีขึ้น

ดังนั้นคนที่มีภาวะผิดปกติทางการได้ยินที่จะใส่เครื่องช่วยฟังต้องเป็นประเภทที่ว่าแพทย์ไม่สามารถรักษาโรคหูได้แล้ว แต่ถ้าในบางคนที่เป็นโรคหูน้ำหนวก โรคหินปูนเกาะกระดูกหูทางด้านการแพทย์จะสามารถรักษาให้หายได้โดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง แต่ในกรณีที่เป็นประสาทหูเสื่อมหรือเป็นโรคที่หาสาเหตุไม่ได้ คนที่เป็นหูตึงก็จะมีผลกระทบต่อการฟังในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นจึงแนะนำให้ใส่เครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังก็จะมีหลายแบบ การเลือกเครื่องช่วยฟังจะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน เช่น การสูญเสียการได้ยินเป็นมากหรือเป็นน้อย

ถ้าเป็นมากเราจะไปเลือกเครื่องตัวเล็ก ๆกำลังขยายก็จะไม่เพียงพอใส่แล้วอาจจะไม่ได้ยินก็จะไม่มีประโยชน์ นอกจากนั้นต้องคำนึงการดำเนินชีวิตของแต่ละคน ถ้าเป็นเด็กนักเรียน คนวัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ถ้าเป็นเด็กเล็กก็อาจจะไม่เหมาะกับเครื่องขนาดเล็ก เพราะเด็กอาจจะไม่สามารถดูแลรักษาได้ เครื่องอาจจะหล่นหาย หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงของช่องหูทำให้เด็กใส่ได้ไม่พอดี หรือถ้าเป็นคนวัยทำงานต้องการความคล่องตัวอาจจะไม่ชอบให้คนอื่นเห็น ในกรณีที่หูเสียไม่มากอาจจะเลือกเครื่องที่มีขนาดเล็กเพื่อให้รู้สึกว่าคล่องตัวต่อการใช้งาน

และในกรณีของผู้สูงอายุความสามารถในการหยิบจับจะลดลง เครื่องอันเล็กก็อาจจะไม่เหมาะ เพราะฉะนั้นในการประเมินเครื่องช่วยฟังจะต้องดูถึงสภาพของผู้ป่วยด้วยว่าผู้ป่วยเหมาะที่จะใช้แบบไหน หรือตัวผู้ป่วยเองชอบที่จะใช้แบบไหนเพราะเครื่องช่วยฟังนี้ต้องใส่ติดหูไว้ประจำ คนไข้ต้องปรับตัวให้คุ้นเคยกับเสียงที่ถูกขยายเสียงออกมา   

มือเท้าปาก

โรคมือ  เท้า  ปาก  เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส  ที่มักพบได้บ่อยกับเด็กช่วงอายุไม่เกิน  5  ปี  ช่วงเวลาที่ติดเชื้อเกิดได้ตลอดปี  และพบปล่อยช่วงฤดูฝน

โรคนี้มือ  เท้า  ปาก  เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่มักจะกับเด็กแรกเกิดจนถึง  5  ปี  ติดต่อได้ทางน้ำมูก  น้ำลาย  การไอ  รวมทั้งการสัมผัสสิ่งของการใช้สิ่งของร่วมกันของเด็ก  ยิ่งเด็กชอบเล่นน้ำที่ขัง  หรือชอบหยิบจับสิ่งของเข้าปาก  ยิ่งเป็นการเลี่ยงในการติดเชื้อให้เกิดได้ง่ายเพราะเด็กชอบเล่นด้วยกัน ยิ่งช่วงเวลาที่อยู่ที่โรงเรียนด้วยกัน  เด็กจะไม่รู้ป้องกันตัวเองอยู่แล้ว  เมื่อพบว่าศูนย์เด็กเล็ก  อนุบาล  หรือสถานที่รับเลี้ยงเด็ก

  เกิดมีเด็กคนใดคนหนึ่งติดเชื้อ  มือ เท้า ปาก  ทางสถานที่นั้นต้องปิดการเรียนชั่วคราวเพื่อเป็นทำความสะอาด  ทุกจุด  ด้วยการล้างทำความสะอาดทั้งอาคารรวมทั้งการเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ทุกจุดที่เด็กสัมผัส  ของเล่นทุกชิ้น  หากของเล่นไหนควรทิ้งก็ทิ้งได้  หรือที่ที่น่าจะเป็นอันตรายหรือที่ที่คาดว่าเชื้ออาจอาศัยอยู่  

อาการที่ผู้ดูแลเด็กหรือพ่อแม่ที่ควรจะสังเกตอาการของบุตรหลานตัวเองว่าได้รับเชื้อ  มือ  เท้า  ปาก  หรือไม่นั้น  ดูเริ่มแรกว่าเด็กมีไข้ต่ำๆหรือเปล่า  มีน้ำมูกไหล  บางรายอาจมีอาการไอ  จามร่วมด้วยและไม่หายขาดเป็นๆหายหลายวัน  เด็กมีอาการอ่อนเพลีย  เบื่ออาหาร  ไม่อยากกินข้าวไม่กินนม  มีตุ่มแดงขึ้นที่ลิ้น  มีตุ่มมีผื่นขึ้นตามมือตามเท้าของเด็ก  ให้รีบนำเด็กไปโรงพยาบาลทันที

  เพื่อลดอาการไม่ให้เด็กได้รับเชื้อที่รุนแรงมากขึ้น  ยิ่งเราได้ทราบข่าวจากคุณหมอว่าโรคนี้ยังไม่มียารักษาให้หายขาด  ยิ่งน่ากลัว  หากเชื้อรุนแรงมากจะทำให้น้ำท่วมปอด  เด็กอาจเสียชีวิตได้  และผู้ที่ดูแลเด็กรวมทั้งพ่อแม่ต้องสอนให้เด็กล้างมือด้วยน้ำสบู่ให้บ่อย  ล้างให้ถูกวิธี  ถูตามซอกมือ  นิ้วทุกนิ้ว  ก่อนรับประทานอาหารหรือหลังจากที่เด็กเลิกเล่นของเล่นแล้ว 

นอกจากจะฝึกเด็กป้องกันห่างไกลโรคแล้ว  ยังเป็นการฝึกวินัยที่ดีในการดูแลสุภาพร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ  เพราะเด็กบอกและสอนได้ง่าย  เมื่อเราพาทำอย่างถูกวีบ่อยๆเป็นประจำเด็กจะจำได้และสามารถทำได้เองโดยไม่ต้องบอกอีกในครั้งต่อไป

โรคนี้เกิดกับเด็กยิ่งน่าห่วง  เพราะเด็กยังพูดหรือบอกอาการได้ไม่ชัดเจน  ทำให้เด็กที่ได้รับเชื้อนี้รุนแรงเสียชีวิตได้  เราเป็นผู้ดูแลเด็กต้องสังเกตอาการของเด็กหากมีอาการไข้ไม่ลด  ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีดีกว่า  เพราะชีวิตของบุตรหลานเราอยู่อยู่ที่มือเราเอง

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ผลกระทบที่เกิดจากหูฟัง

 การใช้หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดปัญหาตามที่ตามหลายอย่าง ปัญหาอาจแตกต่างกันออกไปบางคนอาจใส่หูฟังแบบ อินเอียร์ อาจทำให้มีอาการแน่นรูหูจนเกินไปเพราะใช้หูฟังเป็นเวลานาน บางคนอาจใช้หูฟังแบบ Full size ก็อาจจะมีอาการชาหูหรือเจ็บบริเวณใบหู เนื่องจากใช้ติดต่อกัน

แต่ผลกระทบหลักๆ ที่เกิดจากการใช้หูฟังนานๆ คือ การฟัง บางทีเสียงรบกวนจากสิ่งรอบข้างมากจนเกินไปจึงทำให้เราต้องการที่จะเร่งระดับเสียงมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ได้ยินชัดขึ้นหรือได้อรรถรสในการฟังมากขึ้น อาจเป็นตัวเร่งที่ทำให้ระบบประสาทหูของเราทำงานหนักจนเกินไป บริเวณหูชั้นใน อาจเสื่อมหรือโดนทำลาย จากผลกระทบที่เกิดจากการใช้หูฟังเสียงดังจนเกินไปและใช้เวลานาน ระยะเวลาที่ประสาทหูหรือการรับฟังจะโดยทำลายหรือลดประสิทธิภาพลง ขึ้นอยู่กับแต่หละบุคคล อาจใช้เวลาเป็นเดือน หรือ เป็นปี

แต่ที่แน่ๆ ถ้าเราใช้งานหนักจนเกินไปมักจะมีผลกระทบไม่มากก็น้อย อาการแรกเริ่มที่บ่งบอกว่าประสาทสัมผัสการฟังของเรามีความผิดปกติ ส่วนใหญ่แล้วจะมีเสียงวิ๊งในหู หูอื้อ หรือมีเสียงในหูหรือเปลือกหู เวลาที่เราใช้หูฟังเปิดเสียงที่ดังมากๆ ในเวลานาน พอเลิกใช้แล้ว อาจเกิดสภาวะเสื่อมการได้ยินแบบไม่ถาวร

พอเราพักสักระยะนึงระบบประสาทการได้ยินก็จะกลับคืนมาปกติ ส่วนการเสื่อมการได้ยินแบบถาวรคือ การสนธนากับคนรอบข้างแล้วเกิดปรากฏการได้ยินไม่ชัด แต่ก็จะไม่ถึงขั้นหูดับ ดังนั้นเราควรใช้หูให้พอประมาณอย่าใช้ฟังเป็นเวลานานจนมากเกินไป หรือ อาจเว้นระยะการใช้งานบ้างเพื่อให้ระบบประสาทหูของเราได้พักบ้าง การลดเสียงการฟังลงก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหากจำเป็นต้องใช้หูฟังเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน 

 

ขอบคุณ  เครื่องช่วยฟัง ที่ให้การสนับสนุน