Category สุขภาพ

มือเท้าปาก

โรคมือ  เท้า  ปาก  เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส  ที่มักพบได้บ่อยกับเด็กช่วงอายุไม่เกิน  5  ปี  ช่วงเวลาที่ติดเชื้อเกิดได้ตลอดปี  และพบปล่อยช่วงฤดูฝน

โรคนี้มือ  เท้า  ปาก  เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่มักจะกับเด็กแรกเกิดจนถึง  5  ปี  ติดต่อได้ทางน้ำมูก  น้ำลาย  การไอ  รวมทั้งการสัมผัสสิ่งของการใช้สิ่งของร่วมกันของเด็ก  ยิ่งเด็กชอบเล่นน้ำที่ขัง  หรือชอบหยิบจับสิ่งของเข้าปาก  ยิ่งเป็นการเลี่ยงในการติดเชื้อให้เกิดได้ง่ายเพราะเด็กชอบเล่นด้วยกัน ยิ่งช่วงเวลาที่อยู่ที่โรงเรียนด้วยกัน  เด็กจะไม่รู้ป้องกันตัวเองอยู่แล้ว  เมื่อพบว่าศูนย์เด็กเล็ก  อนุบาล  หรือสถานที่รับเลี้ยงเด็ก

  เกิดมีเด็กคนใดคนหนึ่งติดเชื้อ  มือ เท้า ปาก  ทางสถานที่นั้นต้องปิดการเรียนชั่วคราวเพื่อเป็นทำความสะอาด  ทุกจุด  ด้วยการล้างทำความสะอาดทั้งอาคารรวมทั้งการเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ทุกจุดที่เด็กสัมผัส  ของเล่นทุกชิ้น  หากของเล่นไหนควรทิ้งก็ทิ้งได้  หรือที่ที่น่าจะเป็นอันตรายหรือที่ที่คาดว่าเชื้ออาจอาศัยอยู่  

อาการที่ผู้ดูแลเด็กหรือพ่อแม่ที่ควรจะสังเกตอาการของบุตรหลานตัวเองว่าได้รับเชื้อ  มือ  เท้า  ปาก  หรือไม่นั้น  ดูเริ่มแรกว่าเด็กมีไข้ต่ำๆหรือเปล่า  มีน้ำมูกไหล  บางรายอาจมีอาการไอ  จามร่วมด้วยและไม่หายขาดเป็นๆหายหลายวัน  เด็กมีอาการอ่อนเพลีย  เบื่ออาหาร  ไม่อยากกินข้าวไม่กินนม  มีตุ่มแดงขึ้นที่ลิ้น  มีตุ่มมีผื่นขึ้นตามมือตามเท้าของเด็ก  ให้รีบนำเด็กไปโรงพยาบาลทันที

  เพื่อลดอาการไม่ให้เด็กได้รับเชื้อที่รุนแรงมากขึ้น  ยิ่งเราได้ทราบข่าวจากคุณหมอว่าโรคนี้ยังไม่มียารักษาให้หายขาด  ยิ่งน่ากลัว  หากเชื้อรุนแรงมากจะทำให้น้ำท่วมปอด  เด็กอาจเสียชีวิตได้  และผู้ที่ดูแลเด็กรวมทั้งพ่อแม่ต้องสอนให้เด็กล้างมือด้วยน้ำสบู่ให้บ่อย  ล้างให้ถูกวิธี  ถูตามซอกมือ  นิ้วทุกนิ้ว  ก่อนรับประทานอาหารหรือหลังจากที่เด็กเลิกเล่นของเล่นแล้ว 

นอกจากจะฝึกเด็กป้องกันห่างไกลโรคแล้ว  ยังเป็นการฝึกวินัยที่ดีในการดูแลสุภาพร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ  เพราะเด็กบอกและสอนได้ง่าย  เมื่อเราพาทำอย่างถูกวีบ่อยๆเป็นประจำเด็กจะจำได้และสามารถทำได้เองโดยไม่ต้องบอกอีกในครั้งต่อไป

โรคนี้เกิดกับเด็กยิ่งน่าห่วง  เพราะเด็กยังพูดหรือบอกอาการได้ไม่ชัดเจน  ทำให้เด็กที่ได้รับเชื้อนี้รุนแรงเสียชีวิตได้  เราเป็นผู้ดูแลเด็กต้องสังเกตอาการของเด็กหากมีอาการไข้ไม่ลด  ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีดีกว่า  เพราะชีวิตของบุตรหลานเราอยู่อยู่ที่มือเราเอง

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

สอนทำ Cake pop 

การทำขนมนั้นคือสิ่งที่คนที่รักการทำขนมนั้นจะชอบมากซึ้งสำหรับฉันก็เป็นคนที่ชอบทำขนมเช่นเดียวกันถ้าพูดถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในครั้งนี้ที่ประเทศไทยนั้นตอนนี้กำลังเจอกับโรคระบาทที่ทุคนรู้จักกันในนามว่าไวรัสโควิด 19 เนื่องจากนายกพลเอกประยุทธิจันท์โอชาได้ทำการประกาศให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้านและบางคนหรืออาจจะทุกคนที่กลัวว่าตัวเองจะติดไวรัสโควิด 19 จากการออกนอกบ้านเพื่อทำธุระต่างต่าง

ดังนั้นทุกคนจึงพยามหลีกเลี่ยงการออกไปนอกบ้านแต่สุดท้ายทุกคนก็จำเป็นที่จะต้องออกจากบ้านกันอยู่ดีเพราะถ้าของกินหมดก็ต้องออกไปซื้อใหม่เพื่อที่จะได้กักตุนอาหารไว้ได้เยอะเยอะและวันนี้เราจะมาบอกสูตรและบอกถึงวิธีการทำ Cake pop ที่ถูกต้องกันค่ะเรามาดูกันเลยค่ะว่าจะมีอะไรที่เราจำเป็นต้องใช้บ้าง

ส่วนผสมที่เราต้องใช้ในการทำ Cake pop  คือ 

  • นมสดค่ะ นมสดประมาณ ¾ ค่ะ
  • ไข่ไก่ค่ะ ไข่ไก่นี้นั้นจะใช่ไข่ไก่แค่ 1 ฟองเท่านั้นค่ะ
  • น้ำตาลค่ะ น้ำตาลนี้นั้นเราจำเป็นที่จะต้องใช่ประมาณ 60 กรัม
  • เนยสดค่ะ เราจำเป็นที่จะต้องใช้เนยสดประมาณ 60 กรัมค่ะ เหมือนกันกับน้ำตาลเลยนะคะ
  • แป้งเค้กค่ะ เราต้องใช่แป้งเค้กประมาณ 1 ถ้วยพอดีพอดีค่ะ
  • อันนี้ไม่จำเป็นก็ได้นะคะแล้วแต่ใครชอบ ทอปปิ้งค่ะ 
  • อันนี้สำคัญมากค่ะต้องห้ามลืม ช็อกโกแล็ตแท่งหรือสตอเบอรี่แท่งค่ะ
  • กลิ่นวานิลลาค่ะ สำหรับกลิ่นวานิลลานั้นเราจะใช้แค่ 1 ช้อนชาเท่านั้นนะคะ
  • เกลือ 1 กรัมค่ะ เราจะใช้เหลือแค่ 1 กรัมเท่านั้นและต้อง 1 กรัมนะคะเพราะถ้าเกินหรือน้อยไปรสชาติก็คงจะไม่อร่อยเพราะอาจจะจืดไปหรืออาจจะเค็มไป
  • ผงฟู ½ ช้อนชาเท่านั้นนะคะห้ามขาดห้ามเกินนะค่ะ 

วิธี

  1. ร่อนแป้งให้เรียบร้อยแล้วใส่ผงฟูและเกลือแล้วทิ้งไว้สักพัก
  2. หลังจากนั้นเอาเนยและน้ำตาลมาตีให้เข้ากันจนเริ่มมีฟองสีขาวหลังจากนั้นค่อยค่อยใส่แป้งเค้กทีละนิดและนมแล้วค่อยคนให้เข้ากันทำอย่างนี้จนนมและแป้งหมดแล้วจึงหยุด
  3. หลังจากนั้นให้นำไปใส่ในแม่พิมพ์สำหรับทำ Cake pop และรอทิ้งไว้จนแข็งตัวและหลังจากนั้นให้ละลายช็อกโกแล็ตแท่งหรือสตอเบอรี่แท่งและเอานำ Cake pop  ไปจุ่มช็อกโกแล็ตแท่งหรือสตอเบอรี่แท่งหลังจากนั้นทิ้งพักไว้อีกสักพักพอแข็งตัวเราก็สามารถกินได้แล้วค่ะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

การกินกะทิมีประโยชน์อย่างไร

          หลายคนมักจะอดอาหารที่ทำมาจากกระทิเนื่องจากว่ากลัวว่าตัวเองจะอ้วนอาหารที่ผลิตจากกะทิส่วนใหญ่จะมาทำให้คนที่กินการเป็นโรคอ้วนๆส่วนใหญ่จึงมักไม่ค่อยทานกะทิกันแต่คุณเชื่อหรือไม่ว่ากะทิมีประโยชน์มากมายเช่นเดียวกันไม่ได้ทำให้คนอ้วนอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของคุณให้แข็งแรงได้อีกด้วยดังนั้นวันนี้เราจึงมาดูกันว่ากระทิมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

          คุณรู้หรือไม่ว่ากะทิ ทำมาจากอะไรชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าเราที่นั้นก็คือการที่เรานำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกับน้ำจนทำให้เกิดเป็นน้ำสีขาวขุ่นที่เรียกว่าน้ำกะทิซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่ามะพร้าวมีประโยชน์ต่อร่างกายและคนไทยนิยมกินมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวและน้ำมะพร้าวมาช้านานตั้งแต่สมัยด้วยการกินมะพร้าวนั้นหลายคนก็จะกินเป็นเนื้อฉันเล่นสดรวมถึงการกินน้ำมะพร้าวจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งแต่บางคนก็นำมะพร้าวมาแปรรูปคันมาเป็นน้ำมะพร้าวเพื่อนำมาประกอบการปรุงอาหารซึ่งน้ำมะพร้าวสามารถที่จะทำอาหารได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวานและให้รสชาติที่อร่อยถูกปาก 

        การที่เรานำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกับน้ำเราจะได้น้ำที่เป็นสีขาวขุ่นซึ่งเราเรียกน้ำอันนี้ว่าน้ำกะทิโดยในน้ำกะทินี้จะมีสารอาหารและแร่ธาตุมากมายอยู่ในนั้น หลายคนที่กินมังสวิรัติมันจะกินกะทิเข้าไปเพื่อไปเสริมสร้างสารอาหารทานเนื้อสัตว์ซึ่งคุณสมบัติของกะทินั้นยังสามารถที่จะช่วยลดอาการเจ็บคอรวมถึงกะทิยังสามารถทำให้ผิวพรรณของคนเราสวยงามมีความชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง

นอกจากนี้ยังมีบางคนที่อาจจะเป็นโรคภูมิแพ้น้ำนมสามารถที่จะใช้น้ำกะทิเป็นตัวแทนของน้ำนมได้หรือบางคนอาจจะนำน้ำกะทิมาใช้ในการอาบน้ำหรือสระผมแทนน้ำนมก็ได้เช่นเดียวกันหลายคนคิดว่าการทานกะทินั้นจะทำให้ตัวเองอ้วนหุ่นไม่สวยแต่ที่จริงแล้วเพราะที่นั่นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก

ดังนั้นหากเราเลือกที่จะกินน้ำกะทิในปริมาณที่พอเหมาะก็จะสามารถนำประโยชน์จากกะทิมาใช้ประโยชน์ให้กับร่างกายของเราได้มากกว่าจะมีข้อเสียที่ทำให้เราอ้วนนั่นเอง การที่คนเรากินกะทิเข้าไปในร่างกายนั้นประเทศจะถูกเผาผลาญให้เป็นพลังงานแล้วไม่สะสมอยู่ภายในร่างกายไปกับการที่เรากินน้ำมันกินของทอดเข้าไปดังนั้นหากเราสังเกตจะเห็นว่าคนที่กินกะทิส่วนใหญ่มักจะมีร่างกายแข็งแรงเพราะได้รับพลังงานจากกะทิทันทีเมื่อกินเข้าไปนั้นเอง เธอว่าอะไรคนที่ได้อ่านบทความนี้จะเห็นคุณประโยชน์ของกะทิมากขึ้นและหันมาทานกะทิกันมากขึ้นนะคะ

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

ผักไม่ได้มีประโยชน์เสมอไป สำหรับคนที่เป็นโรคบางชนิด 

          ตั้งแต่จำความได้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และคุณครู หรือแม้แต่ปู่ย่าตายาย พร่ำสอนเรามาเสมอว่ากินผักแล้วดีมีประโยชน์ แต่เมื่อโตขึ้นมาเราถึงได้รู้ว่าผักมีประโยชน์ก็จริงแต่ก็มีโทษได้ด้วยเช่นกัน ถ้าทานไม่ถูกวิธี หรือถ้าคนมีโรคประจำตัวบางโรคอาจต้องห้ามกินผักบางชนิด  

          คุณรู้หรือไม่ว่าโรคบางชนิด เช่น เกาต์ และ  ภาวะเลือดเป็นกรด กลุ่มคนที่เป็นโรคเหล่านี้จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่มีกรดยูริก แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าผักชนิดไหนที่มีกรดยูริกสูง

          เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกรดยูริกกันดี  เพราะมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเกาต์ที่หลายๆคนเป็นกัน โรคชนิดนี้สร้างความเจ็บปวดและความทรมานให้กับผู้ที่เป็นเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อมีอาการจะทำให้คุณปวดตามข้อต่างๆ และมีอาการบวม บางคนเป็นมากจนถึงขนาดเดินไม่ได้กันเลย ดังนั้นคนที่เป็นโรคเกาต์ จึงควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จำเป็นต้องทานให้น้อยที่สุด แต่ผักชนิดไหนมมีกรดยูริกสูงบ้างคุณรู้กันบ้างไหม 

ผักที่มีกรดยูริกสูงควรงดทานเลยได้แก่ พวกถั่วต่างๆ ผักชะอม  ผัก กระถินและ เห็ด    ส่วนผักที่มีกรดยูริกไม่สูงมากนักทานได้แต่ควรทานให้น้อยลงได้แก่   หน่อไม้ฝรั่ง     ผักโขม    ถั่วลันเตา  หน่อไม้        ดอกกะหล่ำ     ผักขี้เหล็กเป็นต้น

          นี่คือผักที่เราเคยทราบมาว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อเรามีโรคมาแทรกซ้อนขึ้น ผักที่มีประโยชน์ก็อาจจะทำให้เกิดโทษได้ทันที่ ดังนั้นหากมีเวลาเราจึงควรศึกษาประโยชน์และโทษของผักแต่ละชนิดเอาไว้เพื่อเป็นความรู้บ้าง นอกจากผักที่จะมีกรดยูริกสูงแล้วในเนื้อสัตว์ต่างๆก็มีกรดยูริกสูงด้วย ดังนั้นสำหรับคนที่เป็นโรคเกาต์จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ สำหรับเนื้อสัตว์นั้นที่มีกรดยูริกสูงและไม่ควรทานเลยหากเป็นโรคเกาต์ เช่นเครื่องในสัตว์ต่างๆ  กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์ปีกทั้งหลาย 

        โรคเกาต์ไม่ได้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรม แต่เป็นโรคที่มีเกิดมาจากการทานอาหารบางประเภทมากเกินไป เช่น การกินโปรตีนเยอะแล้วร่างกายย่อยสลายไม่หมด ทำให้ร่างกายมีการสร้างกรดยูริกออกมามากผิดปกติ เมื่อมีกรดยูริกเยอะมากเกิดไปแล้วร่างกายไม่สามารถขับออกได้หมดจึงผลทำให้ร่ายกายมีอาการอักเสบและปวด ส่วนโรคภาวะเลือดเป็นกรดนั้น เกิดมาจากร่างกายมียูริกสูงและตกค้างอยู่ในเลือด ซึ่งโรคนี้มีความรุนแรงมาก อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียว 

         ดังนั้นเมื่อเราทราบว่าตัวเราเองนั้นเป็นโรคอะไร ควรมีการศึกษาเรื่องอาหารการกินให้มากๆ เพราะมีผลต่อการเจ็บป่วยและชีวิตของเราทั้งสิ้น 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ที่มีความรุนแรงต่อการที่เสียชีวิตได้โดยที่เราเป็นผู้หญิงควรที่จะตระหนักถึงความปลอดภัยให้มากเพราะว่าถ้าติดต่อแล้วการที่เราจะรักษาจะได้ทันท่วงที

โรคติดต่อที่เรามักจะพบเห็นได้บ่อยที่สุดที่เป็นผู้หญิง

และผู้หญิงหลายๆคนนั้นมักจะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เราไม่สามารถที่จะรู้จนทำให้เราเป็นโรคแทรกซ้อนจนกลายมาเป็นคนที่มีลูกยากและเป็นโรคเชิงกลางเกิดอาการอักเสบ  หรือว่าเป็นมะเร็งในปากมดลูก  หรือว่าอาจจะเป็นติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้นได้   

  • การที่เราติดเชื้อเอชไอวีหรือว่าโรคเอดส์  โรคเอดส์หรือว่าเอชไอวีนั้นไม่สามารถที่จะรักษาหายได้  โดยเชื้อนั้นจะติดทางมีเพศสัมพันธ์  หรือว่าการที่เราให้ลูกกินนม ทางเลือด  โดยผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้นเกิดจากการที่เราไม่ยอมใส่ถุงยางอนามัยแต่ถ้าคนที่รู้ตัวว่าติดเชื้อแล้วรู้จักการวางตัวหรือว่ารักษาตัวเองหรือว่ากินยาตามที่คุณหมอสั่งการที่เราติดเชื้ออย่างรุ่นแรงก็อาจจะทุเลาลงได้  

โรคติดต่อนี้เราสามารถที่จะป้องกันได้โดยการที่เราใช้คู่นอนเพียงคนเดียวหรือว่าเราให้คู่นอนของเราใส่ถุงยางอนามัยเพื่อที่จะป้องกันโรคติดต่อหรือว่าเป็นการคุมกำเนิดด้วย  แต่ถ้าเรารู้ตัวร่างกายของเราเกิดอาการที่ผิดปกติเราควรที่จะไปตรวจพบแพทย์  หรือว่าเพื่อที่จะเป็นการรักษาได้อย่างทันท่วงเวลานั่นเอง  

  • โรคหนองในแท้  เป็นอีกหนึ่งโรคที่สามารถที่จะติดต่อได้ทางการที่เราร่วมเพศสัมพันธ์อันที่เราเป็นสาเหตุ โดยโรคนี้จะเป็นชื้อของแบคทีเรียที่สามารถที่จะติดต่อกันได้  อาการคือมีหนองไหลออกมาจากอวัยะวะเพศได้หรือว่าจะอย่างเช่น  ทวารหนัก   ตา  คอ  แบบนี้เป็นต้น ซึ่งหลายๆคนนั้นจะเกิดอาการที่สับสนมากขึ้นอย่างเช่นการการเป็นหนองในแท้ กับหนองในเทียมอาการนั้นจะเหมือนกันคืออาการที่จะเจ็บแสบปวดเวลาที่เราเกิดการฉี่  ส่วนผู้หญิงนั้นจะพบได้น้อยมาก  แต่ถ้าว่าคู่นอนของเราเกิดเป็นเราก็ควรที่จะพาไปรักษาทั้งคู่เพื่อที่ป้องกันการติดเชื้อนั้นซ้ำ
  • หนองในเทียม  เป็นโรคที่ติดต่อกันทางมีเพศสัมพันธ์ ทางช่องคลอดทวารหนัก  แต่พบการติดต่อได้ทางปากและตา  ได้เช่นกัน อาการที่เราจะเห็นได้คือการที่มีน้ำเหลืองไหลออกมาจากอวัยวะเพศ  หรือว่ามีอาการที่ปวดแสบปวดร้อนขณะที่เราปัสสาวะ  โดยโรคนี้จะรักษาให้หายได้ด้วยการที่เราใช้ยาปฏิชีวนะเช่นเดียวกับโรคหนองในแท้  แต่หลังจากที่รักษาหายแล้วผู้ที่ป่วยควรที่จะกลับไปตรวจอีกครั้งเพราะว่าโอกาสนั้นสามารถที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก  

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

อยากให้ลูกน้อยฉลาดแข็งแรงสมบูรณ์มากินบัวหิมะกันเถอะ 

คนไทยส่วนใหญ่รู้จักบัวหิมะในสถานะของลุงผิวสำหรับลบเลือนริ้วรอยเพื่อไม่ให้ตัวเองแก่เร็วรวมถึงช่วยในเรื่องของลบรอยแผลเป็นให้เจอจางลงแล้วจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ถ้าไปเที่ยวมึงจีนก็มักจะต้องซื้อครีมบุญมากลับมาที่ประเทศไทยคนละกระปุกส่งกระปุกเพราะมั่นใจในสรรพคุณของบัวหิมะว่าจะสามารถช่วยเรื่องนี้ได้บุหรี่มา

มีลักษณะเป็นดอกบัวโดยบัวหิมะที่เรารู้จักกันนั้น ส่วนใหญ่จะรู้จักแค่ว่าเป็นครีมเท่านั้นแต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามันมีประโยชน์ทางด้านอื่นด้วยเช่นหัวของบัวหิมะเราสามารถนำมากินสดซึ่งจะสามารถบำรุงสมองของลูกในท้องหากผู้หญิงคนไหนอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์นอกจากนี้บัวหิมะยังถือว่าเป็นยาสมุนไพรอย่างหนึ่งของจีนอีกด้วยกำลังกินหัวบัวหิมะไม่ได้ยุ่งยากอะไรหรือไม่น่ากลัวอะไรอย่างที่หลายคนเข้าใจเพราะจริงๆแล้วหัวบัวหิมะรสชาติอร่อยมาก       

บางคนที่ต้องการลดน้ำหนักก็ยังนำหัวบัวหิมะมารับประทานเพราะว่ามีรสชาติที่อร่อยและให้พลังงานที่ไม่สูงมากสำหรับหัวบัวหิมะมีประโยชน์มากสำหรับคนป่วยที่เป็นโรคน้ำตาลในเลือดสูงหรือโรคเบาหวานกลุ่มคนป่วยพวกนี้สามารถที่จะกินบัวหิมะเพื่อนำมาเป็นยา 

มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้สำหรับคนจีนจะนิยมกินหัวบัวหิมะสดเพราะจะช่วยในเรื่องของการบำรุงสมองของทารกในครรภ์ซ้ำยังทำให้ทารกในครรภ์มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงออกมาครบ 32 ประการแต่การกินหัวบัวหิมะก็ไม่ควรที่จะกินในปริมาณที่มากเกินไปบางคนอาจจะเห็นว่ากินแล้วไม่อ้วนรสชาติอร่อยกลับแล้วหวานฉ่ำรสชาติอร่อยจริงกินในปริมาณมาก

 จนทำให้อาจจะมีพบปัญหาท้องเสียที่ไหนได้สำหรับหัวบัวหิมะคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกันมากนักและหาทานได้ยากส่วนมากมักจะมีขายที่ประเทศจีน สำหรับหัวบัวหิมะนั้นจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์เพื่อช่วยพัฒนาทั้งสมองและร่างกายของลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงได้แต่หัวบัวหิมะจะไม่เหมาะกับคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตรเพราะอย่างที       

 เรารู้กันดีว่าลูกที่กินนมแม่นั้นจะได้สารอาหารมาจากนมของแม่เมื่อแม่กินอะไรลูกก็จะได้อย่างนั้นไปหาคุณแม่กินบัวหิมะมากแล้วท้องเสียลูกก็จะท้องเสียตาแม่ดังนั้นบัวหิมะจึงเหมาะกับคุณแม่ขณะตั้งครรภ์มากกว่าคุณแม่ที่คลอดลูกออกมาแล้วและหากถ้าใครที่กินหัวบัวหิมะแล้วรู้สึกว่ามีอาการคันให้หยุดกินแล้วไปพบแพทย์ทันที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีอยู่ร่วมกับคนติดเชื้อเอดส์

อาการง่วงนอนบ่อยๆ หลังทานข้าวอาจเกิดจาก…


อาการง่วงนอนบ่อยๆ หลังทานข้าวอาจเกิดจาก…

สาเหตุที่เราง่วงนอนปกติเกิดจากอะไร
ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านของสุขภาพบางบุคคลบอกว่าอาการง่วงซึมมีสาเหตุมาจากการไหลเวียนของโลหิตถูกส่งไปสำหรับการเลี้ยงสมองน้อยหรือไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอทำให้ท่านรู้สึกอยากนอน หรือเกิดอาการซึม รวมทั้งเหนื่อยได้ง่าย

การบริโภคของกินที่มีไขมันสูงหรือแคลอรี่สูง
นักค้นคว้าทำให้เห็นว่าการกินอาหารที่มีไขมันสูงส่งผลให้เกิดอาการง่วงหงาวหาวนอนหลังรับประทานอาหาร ในการศึกษาวิจัยจากนักค้นคว้านำผู้ทดลองทานอาหารไขมันสูง หรือมีแคลอรี่สูง พบว่าสมองได้ส่งสัญญาณที่ทำให้มีความรู้สึกหิวนั้นลดน้อยลง รวมทั้งเพิ่มอาการง่วงงุนเข้ามาแทน

แนวทางเอาชนะอาการ ฟู้ดโคม่า ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน
– นอนให้พอเพียงในค่ำคืน โดยพัก 7-8 ชั่วโมง ต่อคืน เพราะหากนอนตรงเวลา นอนไม่มากเกินและไม่น้อยเกินให้เข้าขั้นมาตรฐานของการนอนที่ดี
– ใช้เวลาสำหรับในการพักกลางวันของคุณเดินบริหารร่างกาย เพราะว่าจะก่อให้โลหิตไหลเวียนแล้วสมองดำเนินงานได้เต็มกำลัง รวมทั้งยังสามารถช่วยทำให้นอนได้ดีขึ้นในยามค่ำคืนอีกด้วย

– กินน้ำให้พอเพียงต่อวันเพื่อร่างกายของคุณแจ่มใส
– จัดแจงงานกองโตที่แสนสาหัสบนโต๊ะทำงานของคุณในตอนเวลาเช้า เนื่องจากว่าเป็นช่วงๆ ที่สมองของคุณกำลังตื่นตัว ถ้าหากสะสมมาทำตอนตอนเวลาบ่ายหรือหลังรับประทานอาหารมื้อกลางวันอาจจะเป็นผลให้คุณรู้สึกเบื่อ เหน็ดเหนื่อย เพิ่มความล้า และก็กระตุ้นการง่วงหงาวหาวนอนได้

โรคทางตา

โรคทางตา
โรคทางตาเหมือนเป็นโรคยอดฮิตอีกโรคของคนในยุคปัจจุบันนี้ เพราะมันยากใช่ไหม ที่จะละสายตาไปจากจอด้วย อย่างไรก็ตามควรดูแลสุขภาพดวงตาของคุณให้ดี ถ้าไม่อยากจะสูญเสียการมองเห็น การตรวจสุขภาพดวงตาประจำปีจึงสำคัญมาก เพื่อจะได้ดูแลรักษาได้ถูกทาง และคาดดาการเจ็บป่วยของดวงตาล่วงหน้า และรับมือได้ทัน

1. โรคกระจกตาย้วย หรือกระจกตาโก่ง
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างภายในกระจกตา ทำให้กระจกตาบาง และโก่งออก ส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติ มีสายตาสั้น สายตาเอียง ความสามารถในการมองเห็นลดลง มีการสันนิษฐานว่าโรคดังกล่าวนี้ไม่ได้เกิดจากอะไรที่ไหนเพียงแต่เกิดจากการขยี้ตามากๆ โดยส่วนใหญ่จะพบที่คนอายุน้อยๆ และเป็นมากขึ้นแบบชัดเจนเมื่ออายุ 20 – 39 ปี ในบางรายอาจใช้เวลาหลายสิบปีจึงจะมีอาการรุนแรง ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ควรทำการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ เพราะจะทำให้โรคดำเนินมากขึ้น

2. โรคต้อหิน
เกิดขึ้นกับเส้นประสาทตา ซึ่งเชื่อมระหว่างดวงตา และสมอง หากความดันภายในตาสูงกว่าระดับที่เส้นประสาทตาสามารถรับได้จะทำให้ใยเส้นประสาทตาถูกทำลาย และบริเวณนั้นก็จะตายไป ส่งผลกระทบต่อดวงตา คือ มองเห็นได้แคบลง และแคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งร้ายแรงถึงขนาดมองไม่เห็น และตาบอดในที่สุด ต้อหิน แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีอาการ และ ไม่มีอาการ
• ประเภทมีอาการ
ต้อหินประเภทมีอาการจะเรียกอีกอย่างว่าต้อหินชนิดมุมปิด เกิดจากความดันภายในตาสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาการที่จะเกิดขึ้น คือ เริ่มปวดตา ตาแดง ตามัว คลื่นไส้ อาเจียน ต้องรีบพบจักษุแพทย์ อย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาให้ทัน

• ประเภทไม่มีอาการ
ต้อหินประเภทไม่มีอาการหรือที่เรียกว่าต้อหินชนิดมุมเปิด ในช่วงแรกจะไม่มีปัญหาในการมองเห็นเลย เนื่องจากบริเวณที่มองไม่เห็นอยู่บริเวณขอบๆ ภาพเท่านั้น จึงควรตรวจเช็คสุขภาพตา และได้รับการรักษาตั้งแต่ยังเป็นน้อยๆ

อย่างไรก็ โรคต้อหินนั้นพบว่ามีความเสี่ยงทางพันธุกรรม คือ หากมีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องเคยเป็น และเราที่มีลักษณะของลูกตาแบบที่มีแนวโน้มที่จะเกิดเป็นต้อหินได้ในอนาคต ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง

ปวดศีรษะไมเกรน ไม่ต้องพึ่งยาก็บรรเทาได้

อาการปวดศีรษะไมเกรนถ้าใครไม่เคยเจอกับตัวเอง หรือไม่ได้เป็นโรคนี้คงไม่รู้สึกถึงความทรมานของมัน บางคนอาการรุนแรงมากถึงขั้นทำอะไรไม่ได้เลยต้องพักรักษาตัว ทั้งหยุดเรียน ลางาน ส่งผลทั้งทายกายและจิตใจ ไมเกรนนี่เป็นตัวร้ายของใครหลายๆ คน จริงๆ

สาเหตุของอาการไมเกรนกำเริบอาจจะเกิดจากการกระตุ้นเหล่านี้ เช่น การนอนดึก นอนน้อย นอนมากเกินไป หรือความเครียดสะสม หรือแม้กระทั่งอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจจะแสงจ้า กลิ่นฉุนกลิ่นเหม็น ฝุ่นควัน อากาศร้อน-เย็น แม้กระทั่งอาหารการกินก็ควรระวังหากทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีไทรามีนสูง คาเฟอีน แอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง อาหารที่แปรรูปต่าง ๆ ก็อาจะกระตุ้นให้ปวดหัวไมเกรนได้ ทั้งนี้การรักษาที่คุ้นเคยเพื่อระงับอาการก็คงหนีไม่พ้นการทานยา แต่ทราบหรือไม่ว่ายังมีวิธีรักษาไมเกรนแบบที่ไม่ต้องพึ่งยาซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับใครหลาย ๆ คน ดังนี้

• บำบัดด้วยความร้อน-ความเย็น สามารถทำได้แม้อยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น การอาบน้ำร้อน-น้ำเย็นสลับกันไปมาประมาณ 5 นาที หรือพึ่งสมุนไพรด้วยการประคบร้อนที่ท้ายทอย-ประคบเย็นที่หน้าผาก สลับกันทุก ๆ 2-3 นาที

• นวดกดจุด กดบริเวณที่เป็นเนินเนื้อระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ ต่อมาเป็นการกดจุดบริเวณเท้า ใช้นิ้วกดบริเวณเนื้อที่อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้โดยกดไปในทิศทางเข้าหาฝ่าเท้า ตำแหน่งสุดท้ายบริเวณคอด้านบน ใช้นิ้วกดไปในทิศทางย้อนขึ้นไปทางใต้กะโหลกศีรษะข้าง ๆ กระดูกต้นคอ

• อาหารการกินที่มีประโยชน์ต่อคนเป็นไมเกรน คือ พวกถั่วต่าง ๆ ผักใบเขียว เก๊กฮวย อาหารที่มีวิตามินบี ธาตุเหล็ก น้ำมันปลาที่มีกรดโอเมก้า 3 เป็นต้น จะช่วยบรรเทาอการปวดศีรษะลงได้

• นอนหลับพักผ่อน เพราะการนอนพักผ่อนจะช่วยให้ระบบเส้นเลือดและระบบกล้ามเนื้อมีการคลายตัวลดเกร็ง ทำให้อาการปวดศีรษะบรรเทาลงได้

• รักษาด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ HBO อันนี้ต้องเป็นตามสถานพยาบาลต่างๆ ที่มีห้องสำหรับปรับบรรยากาศ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถสูดหายใจเข้ารับออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้หลอดเลือดสมองหดตัว ทำให้การไหลเวียนเลือดในสมองลดลง แต่มีการเพิ่มของออกซิเจนในสมองมากขึ้น มีผลต่อเส้นทางและสารสื่อประสาท ทำให้ลดอาการปวดศีรษะไมเกรนลงได้ เป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัย โดยคนไข้จะได้รับการรักษาและการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตลอดการรักษา

โรคความดันโลหิตสูง ภัยร้ายของคนในยุคปัจจุบัน

ความดันโลหิตสูง (Hypertension / High Blood Pressure) หรือที่นิยมเรียกกันง่ายๆ ว่า ความดันสูง เป็นปัญหาสุขภาพที่รบกวนใจคนจำนวนมาก จะบอกว่าป่วยก็ไม่เชิง ไม่ป่วยก็ไม่ใช่ จนได้รับสมญานามว่า “ฆาตกรเงียบ”

เพราะว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง มักไม่มีการแสดงอาการอะไรออกมาเลย แต่ถึงภายนอกจะดูปกติ ทว่า อวัยวะภายในร่างกายของผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง กลับกำลังถูกทำลายลงอย่างช้าๆ

ความดันโลหิตสูง คืออะไร เกิดจากอะไร?
เมื่อผนังหลอดเลือดแดงของเราหนาขึ้น จากการที่มีไขมันที่ไม่ดีไปเกาะตัวอยู่ จะทำให้ช่องทางในการส่งเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ เล็กลง ทำให้ส่งเลือดได้น้อยลง และเพื่อให้ยังสามารถส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ตามปกติ หัวใจของเราจึงต้องเพิ่มแรงดันในเลือดให้มากขึ้น เพื่อให้เลือดสามารถไหลผ่านช่องเล็กๆ แคบๆ เหล่านี้ไปได้ แรงดันในการส่งเลือดที่เพิ่มขึ้นนี่เอง ที่เรียกกันว่า ความดันโลหิตสูง

สภาวะเช่นนี้ จะทำหัวใจของเราต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา และส่งผลให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ผิดปกติไปอีกด้วย และเมื่อร่างกายแบกรับความผิดปกตินี้ไม่ไหวอีกแล้ว ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงต่างๆ ก็จะปรากฏตัวออกมาให้ได้เห็นกัน

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง คือ กรรมพันธุ์
หากในครอบครัวของคุณมีคนที่เป็นความดันโลหิตสูงอยู่ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่า คุณจะเป็นความดันโลหิตสูงด้วย

นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงก็คือ สภาพแวดล้อม หรือรูปแบบการใช้ชีวิตของเรานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารรสจัด การอดนอน ความเครียด การดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่ รวมถึงการขาดการออกกำลังกาย ต่างก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ทั้งสิ้น

อะไรเป็นความเสียงที่มีผลช่วยเสริมทำให้ความดันโลหิตสูงได้บ้าง?

  1. มีคนในครอบครัวที่มีภาวะความดันโลหิตสูง
  2. มีไขมันในเลือดสูง (คอเลสเตอรอลสูง)
  3. มีน้ำหนักตัวที่เกินกว่าค่ามาตรฐาน
  4. ชอบสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. นอนดึกเป็นประจำ
  6. ชอบทานอาหาร “รสเค็ม”

ปัญหาสุขภาพที่เกิดจาก ความดันโลหิตสูง
ภาวะความดันโลหิตสูงระดับรุนแรงนั้น จะมีอาการแสดงที่ชัดเจน เช่น เลือดกำเดาไหล ตามองไม่เห็นชั่วคราว เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก เวียนหัว หรือปวดหัวตุบๆ แต่เนื่องจากอาการเหล่านี้ เป็นอาการที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงเท่านั้น จึงทำให้เกิดความไม่ชัดเจนว่า คุณเป็นความดันโลหิตสูงจริง หรือไม่ จึงควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจให้แน่ใจ

ในขณะเดียวกัน ภาวะความดันโลหิตสูงในระดับไม่รุนแรง จะไม่มีการแสดงความผิดปกติที่เห็นได้ชัดออกมา แต่ว่า มันก็สามารถทำให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของคุณ เสื่อมสภาพลงได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่รู้ตัว และหากไม่ระวัง หรือไม่ได้มีการป้องกันที่เหมาะสม ก็อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงที่เสี่ยงต่อชีวิตของคุณได้

โดยโรคแทรกซ้อนร้ายแรงที่มีสาเหตุมาจากภาวะความดันโลหิตสูง คือ โรคในกลุ่ม NCDs หรือ non-communicable diseases หรือก็คือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค และไม่สามารถติดต่อไปสู่ผู้อื่นได้ แต่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาหารไขมันสูง พักผ่อนไม่เพียง ขาดการออกกำลังหาย เครียดอยู่เสมอ เป็นต้น

การเกิดโรคในกลุ่ม NCDs มักจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อมีอาการแสดงออกมา ก็รุนแรงจนแก้ไขอะไรแทบไม่ได้แล้ว และอาการของโรคจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน จึงจัดได้ว่าเป็นโรคเรื้อรังด้วยเช่นกัน

โดยตัวอย่างของโรค NCDs คือ
• โรคทางระบบหัวใจ และหลอดเลือด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย

• โรคหลอดเลือดสมอง

• โรคเบาหวาน

• โรคไตเรื้อรัง

• โรคอ้วนลงพุง

• โรคตับแข็ง

• โรคสมองเสื่อม

• ไตเสื่อมสมรรถภาพ

• อัมพฤกษ์ อัมพาต

วิธีรักษาโรคความดันโลหิตสูง ให้หายขาด
ต้องเริ่มทานยาความดันโลหิตสูงตามคำปรึกษาของแพทย์ เพราะ เมื่อออกกำลังกาย ความดันจะได้ไม่สูงขึ้นนั่นเอง

คุมอาหาร ลดอาหารที่ให้พลังงานลง ทั้งคาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน โดยทานข้าวที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวสีดำพันธุ์ไรซ์เบอรี่ ข้าวกล้องงอกสีนิล ข้าวกล้อง เป็นต้น
โรคความดันโลหิตสูง ก่อให้เกิดโรคร้ายอันแสนน่ากลัวต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้ ก็ควรรีบหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองให้ดีๆ กันด้วยนะคะ ส่วนคนที่เป็นไปแล้ว ก็ต้องยิ่งระวังมากขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้อาการลุกลามหนักขึ้น สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมไปตรวจสุขภาพอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้มีภาวะความดันโลหิตสูงซ่อนอยู่ จนทำให้ชีวิตต้องตกอยู่ในอันตรายโดยไม่รู้ตัว