Category สุขภาพทั่วไป

มีอาการเมื่อเรากินส้มตำแล้วปวดท้อง 

โดยอาการนั้นเกิดจาการที่เรานั้นยังไม่ได้กินข้าวในช่วงเช้านั่นเอง และหลังจากที่เรานั้นได้กินส้มตำเข้าไปนั้นเรารู้สึกว่าเรานั้นมีอาการปวดท้อง เรานั้นก็คิดว่าอาจจะเป็นจากการที่เรานั้นไม่ได้กินข้าวเช้าหรือว่าเรานั้นกินเผ็ดนั้นก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเรานั้นมีอาการปวดท้องนั่นเอง   จากนั้นก็เริ่มที่จะมีอาการที่เรารู้สึกว่าเรานั้นมีอาการเจียนนั่นเองและหลังจากนั้นเราก็มีอาการอาเจียนออกมานั่นเอง  

      เริ่มแรกนั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นเป็นที่รู้ดีว่าการที่เรากินส้มตำนั้นเสี่ยงตออาการที่เรานั้นปวดท้อง เพราะว่าเกิดจาการที่เรานั้นกินเผ็ดนั่นเอง แต่ว่าเรานั้นนั้นไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่ามีความอร่อยอย่างมากเพราะว่าส่วนตัวนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบในการกินส้มตำอย่างมากเพราะว่ามีรสชาติที่เผ็ดและแซบนั่นเอง แต่ว่าเรานั้นอาจจะลืมไปว่าการที่เรานั้นไม่ได่กินข้าวเช้านั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อร่างกาย

แถมอาหารมื้อแรกที่ควรที่จะตกถึงท้องนั้นคือข้าวแต่ว่ากลับเป็นส้มตำที่รสชาตินั้นเรานั้นรู้กันอยู่แต่ว่าเมื่อเรานั้นกินเข้าไปนั้นเราก็ต้องพอจะรู้ตัวว่ามีอาการที่แสบท้องนั่นเอง  แต่ว่าอาการที่เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นมีอาการที่แสบท้องนั้นเป็นเรื่องที่เราคิดว่าปกติเพราะว่าอาการนั้นนั้นก็คือว่าเรานั้นไม่ได้กินข้าวเช้านั่นเอง  

       แต่ว่าอาการที่เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นแสบท้อง และก็เริ่มที่จะมีอาการที่อาเจียนออกมานั้นเป็นเรื่องที่เริ่มเตือนแล้วว่าเรานั้นรู้สึกได้ว่าลำไส้ของเรานั้นมีอาการอักเสบนั่นเอง แต่ว่าการที่เรานั้นอาเจียนจนบ่อยและก็เริ่มที่จะมีอาการที่อยากจะถ่ายเข้าห้องน้ำนั้นด้วยนั่นก็คืออาการของคนอาหารที่เป็นพิษนั่นเอง แต่ว่าคุณนั้นอย่ากินอย่าหยุดถ่ายนะเพราะว่าเรานั้นควรที่จะปล่อยให้ถ่ายให้ออกให้หมดนั่นเอง แต่ว่าเรานั้นก็ควรที่จะกินน้ำตลอดเพื่อที่จะได้ไม่ให้ร่างกายของเรานั้นขาดน้ำนั่นเอง 

และการที่เรานั้นทั้งถ่ายและอาเจียนนั้นเรานั้นก็ควรที่จะมีสตินั่นเองเพราะว่าเรานั้นต้องคอยที่จะสังเกตอาการของตัวเอง แต่ถ้าเรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นอาเจียนนั้นออกมาแล้วจนไม่มีอะไร และเรานั้นยังถ่ายออกมาเป็นเลือดนั้นอีกเรานั้นก็ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อที่ให้แพทย์นั้นตรวจอาการอย่างชัดเจนนั่นเอง และเรานั้นก็ควรที่จะบอกอาการนั้นอย่างละเอียดนั่นเองเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการรักษานั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยลาวออกกี่โมง

อาการปวดหัวส่อถึงโรคอะไรบ้าง  

เมื่อเรามีอาการเกี่ยวกับการที่เราปวดหัวจนทำให้รู้สึกว่าอาการที่เราปวดนั้นอยู่กับบ่อยมากจนทำให้กลายเป็นเรื่องที่ปกตินั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีนั่นเอง  เพราะว่าการที่เราจะเป็นคนที่มีอาการปวดเราก็ต้องดูแลเกี่ยวกับอาการที่เราปวดด้วยว่าอาการที่เราปวดอยู่นั้นส่อว่าเราจะเป็นโรคอะไรบ้างเพราะว่าเวลาที่เราเป็นจะได้รับมือในการที่จะได้รักษาเพื่อที่จะได้ไม่มีอาการที่เราปวดมากขึ้นนั่นเอง 

ดังนั้นการที่เรามารู้ว่าอาการที่เราปวดหัวมีอะไรบ้างที่ทำให้เกิดอาการเป็นโรคนั่นเอง

อาการที่เราปวดหัวบริเวณกราม ขากรรไกร  ส่วนใครที่มีอาการเกี่ยวกับการที่เรารู้สึกได้ว่าเรามีอาการปวดที่ตรงบริเวณใบหู ศีรษะ ขมับ กกหู ขากรรไกร และฟัน  และยังมีอาการที่เราปวดในขณะที่เรากินอาหารและเรารู้สึกว่าเรามีอาการที่ปวดรวมไปถึงอาการที่เรารู้สึกเลยว่าเราไม่สามารถที่จะอ้าปากนั้นกว้างขึ้นได้นั่นเอง

ดังนั้นเราก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงในการที่จะกินอาหารที่เป็นของแข็งหรือว่าจะกินหมากฝรั่งนั่นเอง เพราะว่าการที่เราเคี้ยวมากก็อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าเราปวดที่ขากรรไกร ดังนั้นเราควรที่จะกินยาแก้ปวด เพื่อที่จะช่วยในเรื่องของการที่จะบรรเทาอาการปวดนั่นเอง  

อาการที่เราปวดหัวอย่ารุนแรงอาจจะเป็นโรคเนื้องอกในสมอง  อาการที่เรารู้สึกได้ว่าเรามีอาการปวดที่เรียกว่าเป็นอาการที่รุนแรงและเฉียบพลัน  เพราะว่าเป็นอาการที่เรารู้สึกว่าเราปวดมากปวดเป็นชั่วโมง และอาการที่เรารู้สึกว่าเราปวดจะมีอาการเกี่ยวกับการที่จะมีการมองเห็นไม่ค่อยที่จะชัด หรือว่าเป็นการมองภาพซ้อน ตาแดง เวียนหัว

ซึ่งเป็นความผิดปกติของร่างกายของเรานั่นเอง  และเมื่อเรามีอาการเหล่านี้เราก็ควรที่จะไปหาหมอเพื่อที่จะเข้าการตรวจอย่างละเอียด เพราะว่าอาจจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของเส้นประสาทที่เกิดมาทับบนใบหน้าของเราดังนั้นเราควรที่จะไปพบแพทย์เป็นการด่วนที่สุดนั่นเอง  

อาการเกี่ยวกับการที่เราปวดหัวเพราะว่าเกิดจากความเครียด  เป็นอาการที่เรามีความคิดอยู่ตลอดเวลาและเป็นอาการที่เราคิดทุกวันจนทำให้เกิดอาการเครียดสะสมจนทำให้เกิดอาการเป็นการที่เราคิดว่าเครียดนั่นเอง  ดังนั้นเราก็ควรที่จะเป็นการหยุดคิดเรื่องที่เราคิดมาก หรือว่าจะเป็นการเกี่ยวกับการที่เราต้องกินยาเพื่อที่จะเป็นการที่ช่วยในการคลายอาการปวดนั่นเอง

  ดังนั้นเราก็ควรที่จะกินยาพาราเพื่อที่จะช่วยในการคลายอาการปวดนั่นเอง หรือว่าจะเป็นการที่เราหยุดคิดและก็หาอะไรทำเพื่อที่จะเป็นคลายอาการที่ทำให้เราลืมเรื่องที่คิดมากไปนั่นเอง  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยฮานอยซื้อยังไง

ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการเป็นโรคน้ำกัดเท้า  

ในการที่เราเป็นโรคฮองกงฟุตหรือว่าโรคน้ำกัดเท้า ในช่วงที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำขึ้นหรือว่าเป็นการที่เราต้องลุยเกี่ยวกับเรื่องน้ำนั่นเอง  เพราะว่าการที่เราอยู่ในน้ำเราต้องเปียกและเมื่อตัวของเราเปียกเราจะเป็นเปื่อยเพราะว่าการที่เราแช่น้ำอยู่นานนั่นเอง  และเมื่อแช่น้ำการที่เชื้อโรคก็สามารถที่จะเกาะและก็เป็นเรื่อง ที่เกี่ยวกับการที่เราจะเป็นเชื้อราหรือว่าน้ำกัดเท้าได้นั่นเอง 

และการที่เราต้องใส่เกี่ยวกับเรื่องของรองเท้าที่มีความหุ้มส้นและมิดชิดมากก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดอาการเป็นเหงื่อออกที่เท้าและก็กลายมาเป็นโรคนนี้นั่นเอง  เพราะว่าการที่เราใส่อย่างเช่นรองเท้าผ้าใบ  เราต้องใส่ทั้งถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบ  แต่ถ้าเราใส่รองเท้าแตะ กับถุงเท้า  เราคิดว่าการระบายอากาศได้ดีกว่าก็คือการที่เราใส่รองเท้าแตะนั่นเอง  

 ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า 

  • เราควรที่จะใส่ถุงเท้าที่ซักสะอาดและแห้งส่วนใครที่มีอาการเกี่ยวกับการที่เราเป็นโรคนี้อยู่เราก็ควรที่จะเอาถุงเท้าของเราไปต้ม เพื่อที่จะเป็นการฆ่าเชื้อนั่นเอง เพื่อที่จะไม่ได้เป็นโรคที่มีอาการคันนั่นเอง  
  • ในการที่เราต้องไปลุยน้ำเราก็ควรที่จะซักถุงเท้าของเราให้สะอาดดีกว่าการที่เราเปล่อยให้แห้งและเอาไปซักเพราะว่าการที่เราทำอย่างนั้นจะเป็นการแพร่เชื้อไปด้วยเราควรที่จะจะซักในน้ำเปล่าก่อนและก็ตากแดดให้แห้งจากนั้นเมื่อเรามีเวลาที่ซักก็ควรที่นำไปซักอีกที  และเมื่อเราต้องเดินลุยในน้ำที่เป็นน้ำขังเราก็ควรที่จะล้างเท้าของเราให้สะอาดด้วยสบู่อย่างนี้เป็นต้น  
  • และเมื่อเราเป็นแผลเราก็ควรที่จะทำความสะอาดแผลของเราด้วยการที่เราไปอาบน้ำเสร็จแล้วเราก็ล้างทำความสะอาดแผลของเราด้วยด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อจากนั้นเราก็เอาเท้าของเราไปแช่  เมื่อเราแช่ได้สักพักเราก็นำมาเช็ดให้แห้งและเป็นการทางยา  ก่อนที่เราจะทายาเราเช็ดทำความสะอาดแผลของเราด้วยและก็ควรที่จะเช็ดให้แห้งก่อนที่เราจะทายานั่นเอง 
  • การที่เราใช้ของร่วมกับคนอื่นไม่ควรที่จะทำ  อย่างเช่น  ผ้าเช็ดตัว  ถุงเท้า  รองเท้า รวมไปถึงรองเท้าแตะที่เราใส่ถ้าคนที่เป็นน้ำกัดเท้าอยู่เราก็ไม่ควรที่จะใส่เพราะว่าจะเป็นการแพร่เชื้อและสามารถที่จะเป็นโรคติดต่อจากคนที่เป็นอีกด้วยนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บแทงหวยถอนขั้นต่ำ100

กินอย่างไรให้สุขภาพดี

จะถามว่ากินอย่างไรให้สุขภาพดีนั้น ทุกๆคนก็คงจะพอรู้กันอยู่แล้วว่าควรจะกินอะไร อาหารที่ทำให้เราสุขภาพดีก็คงจะหนีไม่พ้นอาหารที่ไม่ใช่ของทอด ของมัน หรือของหวาน

แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่สามารถกินอาหารเหล่านี้นะ เราสามารถกินอาหารเหล่านี้ได้แต่จะต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป เพราะถ้ามากจนเกินไปก็อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพของเราได้ หรือจะเรียกว่าเราควรจะมีสติในการกินนั้นเอง

ถ้าหากอยากมีสุขภาพที่ดีนั้นก็ต้องรู้จักที่จะอดทน เช่น อดทนไม่กินอาหารที่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์  หรือแม้กระทั้งรวมไปถึงการค่อยหมั่นดูแลตรวจส่องร่างกาย ค่อยจดว่าในหนึ่งวันเรากินอะไรไปแล้วบ้าง

เพราะการใส่ใจในการกินของตัวเองนั้นมันจะช่วยให้เรารู้ว่าในแต่ละวันเรากินอาหารหรือของหวานไปมากน้อยแค่ไหน นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีได้

ฉะนั้นการทำให้เราสุขภาพดีก็ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่อง กิน เรื่องออกกำลังกาย แต่รวมไปถึงเรื่องของความดูแลเอาใจใส่ตนเองอีกด้วย ซึ่งจะบอกว่าถ้าหากว่าเราอ้วนจนถึงขั้นเป็นโรคอ้วนนั้น เราจะมีโรคแทรกซ้อนเยอะมากๆ

และส่วนใหญ่โรคที่เป็นจะเป็นพวกโรคไขมันในเส้นเลือด เส้นเลือดในสมองตีบ หัวใจวายก็มีส่วนเช่นกัน เพราะว่าเวลาที่เราอ้วนมากๆ พอเราหลับเราจะกรนแต่การกรนอาจจะผิดที่ว่า เวลาที่เราอ้วนเราจะหายใจลำบากเพราะไขมัน มันจะไปกดทับทำให้การหายใจผิดปกติ

การกรนที่ว่านี้จะมีลักษณะคือ จะมีอาการหยุดหายใจขณะที่หลับซึ่งมันอันตรายมากๆมันอาจจะให้เสียชีวิตได้ ฉะนั้นการดูแลสุขภาพก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ และในส่วนของโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดนั้น จะทำให้เป็นอัมพฤษ์อัมพาตได้ สาเหตุของโรคนี้คือการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างเต็มที่จนทำให้ส่วนๆนั้นรู้สึกชาจนไม่สามารถรับความรู้สึกได้นั้นเอง

ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้ก็จะต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อทำให้กล้ามเนื้อที่อ่อนแรงกลับมามีแรงและสามารถเดินหรือเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาและต้องใช้เงินเป็นจำนวนค่อนข้างมากพอสมควร ฉะนั้นใครที่ไม่อยากจะเสียทั้งเงิน ทั้งเวลาแล้วนั้นก็ต้องหันมาดูแลสุขภาพให้ดี ใส่ใจกับการกิน การออกกำลังกายให้มากขึ้น

เพื่อที่สุขภาพจะได้แข็งแรงและเพื่อที่จะไม่ให้เกิดโรคต่างๆตามมา แค่ห้ามการกินของหวาน ห้ามกินของไม่ดี ก็ถือว่าช่วยให้ร่างกายสุขภาพดีแล้ว

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ ดีอย่างไร

อาหารบำรุงปอด

ปอดของเรานั้นเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก และยังเป็นอวัยวะที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อร่างกายของเราอยู่ตลอดเวลา และยิ่งต้องทำงานหนักมากขึ้นหากเราต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ มีฝุ่นละอองจำนวนมากที่เข้าไปในร่างกายทำให้ปอดของเราต้องทำหน้าที่ในการกรองหนักมากขึ้น ดังนั้นจึงควรมีการบำรุงเพื่อฟื้นฟูให้ปอดของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุก ๆวัน โดยอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกายบางชนิดนั้นมีประโยชน์ และมีส่วนช่วยในการบำรุงปอดได้

แครอท (Carrot) นอกจากจเป็นผักที่มีวิตามินที่สามารถช่วยในการบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดีแล้ว แครอทยังเป็นผักที่สามารถช่วยในการบำรุงปอดได้อย่างยอดเยี่ยม และทางการแพทย์ยังให้การรองรับว่าแครอทเป็นผักที่สามารถช่วยรักษาผู้ที่มีอาการของโรคหอบหืดได้ แต่ในการรับประทานนั้นไม่ควรผ่านกรรมวิธีการปรุงอาหารต่าง ๆเพราะจะทำให้สูญเสียคุณค่าทางสารอาหารของแครอทไป จึงควรรับประทานแครอทสดเท่านั้น จึงจะได้รับคุณค่าทางสารอาหารอย่างเต็มที่

แคนตาลูป (Cantalope) การรับประทานแคนตาลูปอย่างเป็นประจำจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับปอดได้ เช่น โรคมะเร็งปอด เป็นต้น เพราะแคนตาลูปมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก การรับประทานเป็นประจำจึงสามารถช่วยทำให้เนื้อร้ายที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายฝ่อลงไปได้ และยังดีต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะหากผู้ที่มีอาการท้องผูกรับประทานก็จะทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

กระเทียม (Garlic) สารอาหารที่มีประโยชน์ในกระเทียมนั้นมีฤทธิ์คล้ายกันกับยาแก้อักเสบ สามารถช่วยลดอาการอักเสบต่าง ๆได้ ดังนั้นหากรับประทานกระเทียมก็จะสามารถช่วยรักษาอาการของปอดอักเสบหรือปอดที่มีการใช้งานหนักเกินไป กระเทียมจะเข้าไปช่วยฟื้นฟูทำให้ปอดของเราแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้การรับประทานกระเทียมสดยังสามารถช่วยรักษาอาการไข้หวัดได้อีกด้วย

อะโวคาโด (Avocado) หากรับประทานอะโวคาโดสักสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะส่งผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะมีสารอาหารที่สามารถยับยั้งเซลล์เนื้อร้ายที่จะเกิดขึ้นกับปอดได้ แต่ข้อควรระวังในการรับประทานคือ ไม่ควรรับประทานวันละมากจนเกินไปเพราะในอะโวคาโดนั้นมีไขมันสูง จะทำให้เกิดโรคอื่น ๆตามมาแทนที่จะเกิดประโยชน์

เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) เป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย โดยเฉพาะมีประโยชน์ต่อปอดเป็นอย่างมาก เพราะการรับประทานเมล็ดแฟลกซ์จะช่วยเข้าไปบำรุงปอดที่ทำงานอย่างหนักมาตลอด ให้แข็งแรงขึ้น ช่วยฟื้นฟู และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆที่สึกหรอของปอด จึงเป็นอีกตัวเลือกของอาหารชนิดหนึ่งของผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเพื่อบำรุงปอดควรเลือก

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ

แก้อาการง่วงระหว่างวัน

เชื่อเถอะว่าระหว่างวันของคุณจะมีช่วงเวลาที่รู้สึกเพลียอยากจะงีบหรือหลับพักผ่อน ซึ่งมันก็คืออาการง่วงนั้นเอง หรือเผลอๆคุณกำลังนั่งเรียน หรือ นั่งทำงานอยู่นั้น ก็มีอาการง่วงเกิดขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นคุณอาจจะเรียนไม่รู้เรื่อง และ งานไม่เสร็จเป็นที่แน่นอน โดยวิธีแก้ง่วงที่หลายๆคนถือว่าเป็นสิ่งยอดฮิตและมักจะทำกันเป็นอย่างมากนั้นก็คือ การดื่มกาแฟ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ากาแฟนั้นมีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ ที่จะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายและสมองตื่นตัว แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน บางคนดื่มกาแฟแล้วก็มีอาการง่วงเหมือนเดิม แถมการดื่มกาแฟมากๆก็สามารถทำลายสุขภาพได้อีกด้วย

เพราะฉะนั้นแล้วในบทความนี้เราจึงจะมาแนะวิธีการแก้ง่วงในช่วงกลางวันหรือระหว่างวันของคุณให้สดชื่นขึ้น ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นดังนี้

1.ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น การทำอย่างนี้จะทำให้รู้สึกสดชื่น แต่ไม่ควรเป็นน้ำที่เย็นจนเกินไป หรือถ้าคุณเป็นคนที่แต่งหน้า การถูกน้ำอาจจะทำให้เครื่องสำอางคุณหลุดได้ ลองเปลี่ยนมาเป็นผ้าเย็นหรือผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆค่อยๆซับที่ใบหน้าและบริเวณต้นคอ ซึ่งเป็นวิธีที่น่าจะทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวได้

2.งดฟังเพลงที่มีจังหวะช้า ไม่ว่าจะเป็นเพลงโปรดหรือเพลงที่ชอบมากแค่ไหน ถ้าเป็นเพลงที่จังหวะดนตรีช้าคงต้องงดฟังในช่วงที่คุณเริ่มมีอาการง่วง เพราะเพลงที่มีจังหวะช้าจะยิ่งเปรียบเสมือนเป็นเสียงที่ทำให้เคลิ้ม กล่อมคุณให้หลับได้ คุณควรฟังเพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้นหรือเพลงที่ให้ความรู้สึกอยากลุกขึ้นมาเต้น แม้สถานการณ์ตอนนั้นคุณจะลุกขึ้นมาเต้นไม่ได้ แต่เพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้นก็จะช่วยทำให้คุณตื่นตัวได้

3.เลี่ยงทานอาหารประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรต เพื่อว่าใครจะยังไม่ทราบว่าการทานอาหารจำพวกนี้จะทำให้ง่วง โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวันที่เป็นเวลาพักของใครหลายๆคน แน่นอนว่าคุณคงมีเวลาไม่มากสำหรับการเลือกอาหารรับประทาน ถึงอย่างไรนั้นถ้าคุณไม่สามารถงดหรือเลี่ยงได้ ก็ควรทานให้น้อยที่สุด

4.ของว่างทานแก้ง่วง ถ้ารู้สึกง่วงก็ลองหาของทานเล่นมาทานดูสิ แต่ก็ต้องเลือกนะว่าควรทานอะไรเพื่อให้แก้ง่วงได้จริงๆ อย่างที่กล่าวไปในข้อที่แล้วว่าอาหารจำพวกแป้งจะทำให้ง่วง เพราะฉะนั้นขนมขบเคี้ยวอาจจะต้องงดไป สิ่งที่แนะนำคือ ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยวที่จะทำให้คุณตื่นตัว

5.อย่าเอาแต่นั่งเฉยๆ แน่นอนว่าการนั่งทำงานจ้องเอกสารหรือจ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆจะทำให้คุณรู้สึกมึนๆและมีอาการง่วงได้ เพราะอย่างนั้นถ้ามีอาการเหล่านี้ควรที่จะพักสายตาชั่วคราว หรือ ลุกเดินไปทำอย่างอื่นอย่าเอาแต่นั่งอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้ร่างกายของคุณนั้นเหนื่อยล้าได้ การขยับร่างกายจะทำให้คุณรู้สึกสบายตัวมากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick

อาการง่วงนอนบ่อยๆ หลังทานข้าวอาจเกิดจาก…


อาการง่วงนอนบ่อยๆ หลังทานข้าวอาจเกิดจาก…

สาเหตุที่เราง่วงนอนปกติเกิดจากอะไร
ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านของสุขภาพบางบุคคลบอกว่าอาการง่วงซึมมีสาเหตุมาจากการไหลเวียนของโลหิตถูกส่งไปสำหรับการเลี้ยงสมองน้อยหรือไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอทำให้ท่านรู้สึกอยากนอน หรือเกิดอาการซึม รวมทั้งเหนื่อยได้ง่าย

การบริโภคของกินที่มีไขมันสูงหรือแคลอรี่สูง
นักค้นคว้าทำให้เห็นว่าการกินอาหารที่มีไขมันสูงส่งผลให้เกิดอาการง่วงหงาวหาวนอนหลังรับประทานอาหาร ในการศึกษาวิจัยจากนักค้นคว้านำผู้ทดลองทานอาหารไขมันสูง หรือมีแคลอรี่สูง พบว่าสมองได้ส่งสัญญาณที่ทำให้มีความรู้สึกหิวนั้นลดน้อยลง รวมทั้งเพิ่มอาการง่วงงุนเข้ามาแทน

แนวทางเอาชนะอาการ ฟู้ดโคม่า ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน
– นอนให้พอเพียงในค่ำคืน โดยพัก 7-8 ชั่วโมง ต่อคืน เพราะหากนอนตรงเวลา นอนไม่มากเกินและไม่น้อยเกินให้เข้าขั้นมาตรฐานของการนอนที่ดี
– ใช้เวลาสำหรับในการพักกลางวันของคุณเดินบริหารร่างกาย เพราะว่าจะก่อให้โลหิตไหลเวียนแล้วสมองดำเนินงานได้เต็มกำลัง รวมทั้งยังสามารถช่วยทำให้นอนได้ดีขึ้นในยามค่ำคืนอีกด้วย

– กินน้ำให้พอเพียงต่อวันเพื่อร่างกายของคุณแจ่มใส
– จัดแจงงานกองโตที่แสนสาหัสบนโต๊ะทำงานของคุณในตอนเวลาเช้า เนื่องจากว่าเป็นช่วงๆ ที่สมองของคุณกำลังตื่นตัว ถ้าหากสะสมมาทำตอนตอนเวลาบ่ายหรือหลังรับประทานอาหารมื้อกลางวันอาจจะเป็นผลให้คุณรู้สึกเบื่อ เหน็ดเหนื่อย เพิ่มความล้า และก็กระตุ้นการง่วงหงาวหาวนอนได้

โรคทางตา

โรคทางตา
โรคทางตาเหมือนเป็นโรคยอดฮิตอีกโรคของคนในยุคปัจจุบันนี้ เพราะมันยากใช่ไหม ที่จะละสายตาไปจากจอด้วย อย่างไรก็ตามควรดูแลสุขภาพดวงตาของคุณให้ดี ถ้าไม่อยากจะสูญเสียการมองเห็น การตรวจสุขภาพดวงตาประจำปีจึงสำคัญมาก เพื่อจะได้ดูแลรักษาได้ถูกทาง และคาดดาการเจ็บป่วยของดวงตาล่วงหน้า และรับมือได้ทัน

1. โรคกระจกตาย้วย หรือกระจกตาโก่ง
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างภายในกระจกตา ทำให้กระจกตาบาง และโก่งออก ส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติ มีสายตาสั้น สายตาเอียง ความสามารถในการมองเห็นลดลง มีการสันนิษฐานว่าโรคดังกล่าวนี้ไม่ได้เกิดจากอะไรที่ไหนเพียงแต่เกิดจากการขยี้ตามากๆ โดยส่วนใหญ่จะพบที่คนอายุน้อยๆ และเป็นมากขึ้นแบบชัดเจนเมื่ออายุ 20 – 39 ปี ในบางรายอาจใช้เวลาหลายสิบปีจึงจะมีอาการรุนแรง ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ควรทำการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ เพราะจะทำให้โรคดำเนินมากขึ้น

2. โรคต้อหิน
เกิดขึ้นกับเส้นประสาทตา ซึ่งเชื่อมระหว่างดวงตา และสมอง หากความดันภายในตาสูงกว่าระดับที่เส้นประสาทตาสามารถรับได้จะทำให้ใยเส้นประสาทตาถูกทำลาย และบริเวณนั้นก็จะตายไป ส่งผลกระทบต่อดวงตา คือ มองเห็นได้แคบลง และแคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งร้ายแรงถึงขนาดมองไม่เห็น และตาบอดในที่สุด ต้อหิน แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีอาการ และ ไม่มีอาการ
• ประเภทมีอาการ
ต้อหินประเภทมีอาการจะเรียกอีกอย่างว่าต้อหินชนิดมุมปิด เกิดจากความดันภายในตาสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาการที่จะเกิดขึ้น คือ เริ่มปวดตา ตาแดง ตามัว คลื่นไส้ อาเจียน ต้องรีบพบจักษุแพทย์ อย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาให้ทัน

• ประเภทไม่มีอาการ
ต้อหินประเภทไม่มีอาการหรือที่เรียกว่าต้อหินชนิดมุมเปิด ในช่วงแรกจะไม่มีปัญหาในการมองเห็นเลย เนื่องจากบริเวณที่มองไม่เห็นอยู่บริเวณขอบๆ ภาพเท่านั้น จึงควรตรวจเช็คสุขภาพตา และได้รับการรักษาตั้งแต่ยังเป็นน้อยๆ

อย่างไรก็ โรคต้อหินนั้นพบว่ามีความเสี่ยงทางพันธุกรรม คือ หากมีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องเคยเป็น และเราที่มีลักษณะของลูกตาแบบที่มีแนวโน้มที่จะเกิดเป็นต้อหินได้ในอนาคต ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง

ปวดศีรษะไมเกรน ไม่ต้องพึ่งยาก็บรรเทาได้

อาการปวดศีรษะไมเกรนถ้าใครไม่เคยเจอกับตัวเอง หรือไม่ได้เป็นโรคนี้คงไม่รู้สึกถึงความทรมานของมัน บางคนอาการรุนแรงมากถึงขั้นทำอะไรไม่ได้เลยต้องพักรักษาตัว ทั้งหยุดเรียน ลางาน ส่งผลทั้งทายกายและจิตใจ ไมเกรนนี่เป็นตัวร้ายของใครหลายๆ คน จริงๆ

สาเหตุของอาการไมเกรนกำเริบอาจจะเกิดจากการกระตุ้นเหล่านี้ เช่น การนอนดึก นอนน้อย นอนมากเกินไป หรือความเครียดสะสม หรือแม้กระทั่งอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจจะแสงจ้า กลิ่นฉุนกลิ่นเหม็น ฝุ่นควัน อากาศร้อน-เย็น แม้กระทั่งอาหารการกินก็ควรระวังหากทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีไทรามีนสูง คาเฟอีน แอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง อาหารที่แปรรูปต่าง ๆ ก็อาจะกระตุ้นให้ปวดหัวไมเกรนได้ ทั้งนี้การรักษาที่คุ้นเคยเพื่อระงับอาการก็คงหนีไม่พ้นการทานยา แต่ทราบหรือไม่ว่ายังมีวิธีรักษาไมเกรนแบบที่ไม่ต้องพึ่งยาซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับใครหลาย ๆ คน ดังนี้

• บำบัดด้วยความร้อน-ความเย็น สามารถทำได้แม้อยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น การอาบน้ำร้อน-น้ำเย็นสลับกันไปมาประมาณ 5 นาที หรือพึ่งสมุนไพรด้วยการประคบร้อนที่ท้ายทอย-ประคบเย็นที่หน้าผาก สลับกันทุก ๆ 2-3 นาที

• นวดกดจุด กดบริเวณที่เป็นเนินเนื้อระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ ต่อมาเป็นการกดจุดบริเวณเท้า ใช้นิ้วกดบริเวณเนื้อที่อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้โดยกดไปในทิศทางเข้าหาฝ่าเท้า ตำแหน่งสุดท้ายบริเวณคอด้านบน ใช้นิ้วกดไปในทิศทางย้อนขึ้นไปทางใต้กะโหลกศีรษะข้าง ๆ กระดูกต้นคอ

• อาหารการกินที่มีประโยชน์ต่อคนเป็นไมเกรน คือ พวกถั่วต่าง ๆ ผักใบเขียว เก๊กฮวย อาหารที่มีวิตามินบี ธาตุเหล็ก น้ำมันปลาที่มีกรดโอเมก้า 3 เป็นต้น จะช่วยบรรเทาอการปวดศีรษะลงได้

• นอนหลับพักผ่อน เพราะการนอนพักผ่อนจะช่วยให้ระบบเส้นเลือดและระบบกล้ามเนื้อมีการคลายตัวลดเกร็ง ทำให้อาการปวดศีรษะบรรเทาลงได้

• รักษาด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ HBO อันนี้ต้องเป็นตามสถานพยาบาลต่างๆ ที่มีห้องสำหรับปรับบรรยากาศ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถสูดหายใจเข้ารับออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้หลอดเลือดสมองหดตัว ทำให้การไหลเวียนเลือดในสมองลดลง แต่มีการเพิ่มของออกซิเจนในสมองมากขึ้น มีผลต่อเส้นทางและสารสื่อประสาท ทำให้ลดอาการปวดศีรษะไมเกรนลงได้ เป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัย โดยคนไข้จะได้รับการรักษาและการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตลอดการรักษา

อาร์ติโชก (Artichoke)สมุนไพรบำรุงตับเพื่ออาการเจ็บป่วยของตับโดยเฉพาะ

อาร์ติโชก (Artichoke) สมุนไพรรักษาอาการเจ็บป่วยของตับ    

อาร์ติโชก พืชวงศ์เดียวกันกับต้นทานตะวัน มีลักษณะดอกทรงกลมและเรียว  ประกอบด้วยกลีบมีเขียวเรียงซ้อนๆกัน คล้ายกับดอกบัวตอนพับกลีบ โดยดอกของอาร์ติโชกจะอยู่บริเวณใจกลางของดอก

เกษตรกรส่วนใหญ่จะจะเก็บดอกของอาร์ติโชกก่อนที่กลีบเลี้ยงจะบานเผยให้เห็นดอกจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน ส่วนใหญ่จะนำไปทำอาหารโดยตัดส่วนรอบๆที่แข็งออกให้หมด สามารถกินได้ทั้งสดและปรุงสุก นำไปต้มหรือนึ่งก็ได้ จิ้มกับเนย หรือมายองเนส หรือจะเป็นน้ำจิ้มอื่นๆ สามารถนำไปทำเป็นสลัดได้อีกด้วย กลีบเลี้ยงของอาร์ติโชกจะประกอบไปด้วยเส้นใยอินูลีน เป็นสารกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์ ที่ช่วยในการย่อยอาหาร ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ เหมาะสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน มีสารที่ช่วยล้างสารพิษในร่างกายที่ชื่อว่าไซนาริน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล้างสารพิษในร่างกาย ผู้ที่กินยารักษาโรคติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือใครที่ต้องการลดคอเลสเตอรอลอยู่ ก็จะมีไตรกลีเซอไรด์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ไม่มีผลต่อตับอีกทั้งยังไม่มีผลอันตรายต่อตับเหมือนยาลดไขมันแบบธรรมชาติ ช่วยลดการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร แก้อาหาร ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อได้อีกด้วย

สรรพคุณในการรักษาที่มากมาย ทำให้อาร์ติโชก ได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลกที่จะนำมาประกอบเป็นอาหารหรือใช้ทำเป็นยา Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ ตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ สมัยกรีก จะรับประทานเพื่อให้เจริญอาหาร คนยุโรปจะใช้เป็นยารักษาแก้ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย โรคดีซ่านและโรคตับ คนญี่ปุ่นจะใช้แก้ท้องอื่น ช่วยในการขับถ่าย แน่นท้องจากการบริโภคเนื้อสัตว์และอาหารชนิดอื่นๆที่ให้ไขมันสูงกว่าความจำเป็นต่อร่างกาย คนบราซิลจะใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคตับ โรคโลหิตจางและเบาหวาน โรคเกาท์ ส่วนประเทศไทยบ้านเราจะนำมารับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพ ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักอาร์ติโชคซักเท่าไหร่ แต่หลังๆมานี้เริ่มมีจำหน่ายในรูปแบบ และเป็นส่วนผสมสำคัญต่างๆ อาจจะถูกผสมไว้ในยาปฏิชีวินะ หรือสมุนไพรชนิดเม็ดอีกด้วย