Archive กรกฎาคม 2021

ผักที่ช่วยในการขับถ่าย ให้ง่ายมากยิ่งขึ้น 

ปัจจุบันนี้เชื่อว่า หลายคนคงต่อเคยเจอกับปัญหาเรื่องของการขับถ่าย บางคนขับถ่ายยาก จนต้องหาตัวช่วยให้การทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี การจะมีระบบขับถ่ายที่ดีได้นั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ สำหรับใครหลายคน เพราะเนื่องจากแต่ละคนนั้นก็มีพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจชอบกินผักผลไม้เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง บางคนชอบกินขนมจุกจิก ของทอด หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช้อาหารที่มีไฟเบอร์ หรือกากใยอาหารสูง

ซึ่งรู้หรือไม่ว่าอาหารเหล่านี้ อาจส่งผลให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานไม่ดี อย่างไรก็ตาม ร่างกายของเราจำเป็นที่จะต้องได้รับใยอาหารอย่างน้อย 25 กรัมต่อวัน ผักที่ช่วยในการขับถ่าย และการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงนั้น จะช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายของเรานั้นทำงานได้ดีมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยแก้อาการท้องผูกได้อีกด้วย

ดังนั้น หากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ขับถ่ายไม่คล่อง ขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรืออาจมีอาการท้องผูกอยู่บ่อย ๆ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำผักที่สามารถช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้ร่างกายของเรามีระบบขับถ่ายที่ดี และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะมี ผักที่ช่วยในการขับถ่าย ชนิดไหนกันบ้างไปดูกันเลย

ผักดอกสะเดา ผักชนิดนี้เป็นผักพื้นบ้านที่สามารถหากินได้ง่ายในบางพื้นที่ ซึ่งดอกสะเดานั้นจะมีไฟเบอร์สูง และเป็นผักที่มีกากใยอาหารสูง ถึงแม้ว่าจะมีรสชาติที่ขมแต่ก็สามารถให้ประโยชน์แก่ร่างกายของเราได้อย่างมากมาย เช่น ช่วยขับน้ำย่อยอาหารทำให้เราสามารถย่อยอาหารได้ดีขึ้น ช่วยบำรุงนำดี

และช่วยย่อยอาหารประเภทไขมันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ดังนั้น ถึงแม้ว่าดอกสะเดาจะมีรสชาติขมและไม่เป็นที่นิยม แต่คุณประโยชน์นั้นก็มีมากมายไม่แพ้ผักชนิดอื่นเลยก็ว่าได้ ยิ่งถ้าเรารับประทานบ่อยจะยิ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น 

ผักโขม แน่นอนว่าผักโขมนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งในผักโขมนั้นอุดมไปด้วยกากใยอาหารที่ดีต่อการดีท็อกซ์ลำไส้ โดยจะช่วยให้การขับถ่ายของเรานั้นคล่องมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วผักโขมยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกเช่น ช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอล และช่วยขับปัสสาวะให้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เพราในผักโขมนั้นไม่เพียงแต่มีกากใยอาหารเพียงเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนมากมายอีกด้วย ดังนั้น หากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย แนะนำให้กินผักโขมเยอะ ๆ จะยิ่งช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายนั้นดีมากขึ้น

ผักใบเหลียง เป็นผักประจำภาคใต้ที่หลาย ๆ คนเคยได้ยินกันที่ว่า ผัดใบเหลียง เป็นผักที่มีรสชาติหวานมัน และเป็นผักที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในภาคใต้ เพราะใบเหลียงนั้นอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่สูงถึง 8.8 อีกทั้งยังมีกากใยอาหารที่สูงมาก ๆ ซึ่งสามารถช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายนั้นเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายของเสียได้ดีอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวยออนไลน์ยังไง

ผู้ปกครองต้องระวัง โรคหัด ในเด็กอายุน้อย

โรคหัด มักระบาดในฤดูหนาว พบได้มากในโรคหัด ในเด็กอายุน้อย ตั้งแต่วัยทารกไปจนกระทั่งอายุ 6 ปี ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสพารามิคโซไวรัส แพร่ระบาดแล้วก็ติดต่อกันได้ผ่านอากาศหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งผู้เจ็บป่วยโดยตรงผ่านน้ำ รวมทั้งจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) เจอคนเสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าวจากทั่วทั้งโลก 134,200 ราย คิดเป็นราว 367 รายต่อวัน ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กอายุไม่เกิน 5 ปี

อาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อป่วยเป็นโรคหัด

ในทีแรก ๆ ผู้เจ็บป่วยจะมีลักษณะอาการเหมือนหวัด ไอแห้ง มีน้ำมูก ตาแดง ร้องไห้ รวมทั้งเป็นไข้สูงตลอดระยะเวลา เมื่อยล้า ซึมลง ภายหลังเป็นไข้ 3 ถึง 4 วัน จะพบว่ามีผื่นขึ้น ลักษณะเป็นผื่นแดง รวมตัวกันเป็นปื้น โดยเริ่มมองเห็นผื่นขึ้นที่รอบ ๆ ไรผม รวมทั้งซอกคอก่อนในตอนแรก แล้วลุกลามไปตามบริเวณใบหน้า ลำตัว รวมทั้งแขนขาผู้เจ็บป่วยอาจมีอาการคันบางส่วน ราว ๆ 2 ถึง 3 วัน ตั้งแต่เมื่อวันแรกที่เริ่มขึ้น ผื่นก็จะจางลง โดยเมื่อผื่นจางลง ก็จะกลายเป็นสีคล้ำใน เมื่อไปสู่ระยะใกล้หายจากโรค ผื่นจะเปลี่ยนสีเข้มขึ้น เป็นสีแดงคล้ำ หรือน้ำตาลทรายแดง ซึ่งอาการผื่นคันนี้จะปรากฏอยู่ 3-5 วันและก็หายไปเอง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคหัด

คนป่วยโรคหัดโดยมากชอบหายจากโรคได้เอง แต่ว่าก็บางทีอาจเจอภาวะแทรกซ้อน ดังเช่นว่า โรคปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ซึ่งจะเจอได้ในเด็กที่มีภาวการณ์ภูมิต้านทานไม่แข็งแรง หรือเป็นโรคขาดสารอาหาร ซึ่งในผู้เจ็บป่วย 1,000 ราย จะมี 1 ราย มีลักษณะอาการสมองอักเสบเฉียบพลันรวมทั้งบางทีอาจเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของระบบหายใจแล้วก็ระบบประสาท

ส่วนสตรีที่ตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิต้านทานโรคหัดและก็ติดโรคเชื้อไวรัสนั้นมีแนวโน้มเสี่ยงแท้งลูกหรือเด็กทารกเสียชีวิตในท้องหรือคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเด็กแรกคลอดจะมีน้ำหนักตัวเมื่อแรกคลอดน้อย

การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นโรคหัด

ยังไม่มีตัวยาที่ได้รับการยืนยันว่ามีประสิทธิภาพในการรักษากำจัดเชื้อไวรัสของโรคหัดได้แบบเจาะจง โรคหัด ในเด็กอายุน้อย แต่ว่าคนป่วยสามารถดูแลตนเองให้อาการดีขึ้นได้ โดยเน้นย้ำการดูแลและรักษาตามอาการเสมือนโรคไข้หวัด ได้แก่ เช็ดตัวลดไข้ ทานยาลดไข้ หรือยาที่ช่วยบรรเทาอาการอื่น ๆ ดังเช่น ยาแก้ไอ นอนพักมาก ๆ ดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการขาดน้ำรวมทั้งใช้สำลีชุบน้ำเพื่อชำระล้างรอบตา โดยพ่อกับแม่สามารถให้การดูแลลูกอยู่ที่บ้านได้ในช่วงที่พึ่งเริ่มมีอาการ แต่ว่าถ้าเกิดลูกมีลักษณะอาการไอมากขึ้น เสลดเริ่มกลายเป็นสีเหลืองเขียว หรือหายใจเหนื่อย ควรจะรีบพาลูกไปพบหมอ

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวยใต้ดิน